มิถุนายน 1, 2020

เรื่องเล่าแง่คิด “ก้อนเมฆกับต้นไม้แก่” อ่ า น แล้วรักแม่มากขึ้น

ต้นไม้แก่ ขอฝนจากเมฆก้อนน้อยเมฆก้อนน้อยตอบเพียงว่าน้ำฝนมีอยู่น้อย กลัวว่ามันคงจะไม่พอให้ต้นไม้แก่ได้ชื่นใจวันต่อมาเมฆก้อนน้อยก็ยังคงบอกเช่นเดิม มันน้อยไปจึงไม่พร้อมที่จะให้

เมฆก้อนน้อยจึงเดินทางและพย าย ามสะสมฝนเพื่อที่จะให้มันมากพอพอที่จะทำให้ต้นไม้แก่ได้ชื่นใจเมื่อมีปริมาณมากพอ เมฆน้อยจึงกลับมาแต่สิ่งที่พบข้างหน้า มีเพียงซากต้นไม้แก่ที่ต า ย แล้ว

เมฆน้อยได้แต่ร้องไห้แล้วถามว่าทำไม ?ความพย าย ามของฉันไม่มีค่าเลยเหรอ?ชายหนุ่มที่นั่งใต้ต้นไม้จึงได้แหงนหน้า..แล้วบอกเมฆน้อยไปว่า

การที่เราจะให้อะไร? แก่ใครสักคนที่เรารัก มันไม่ต้องรอให้มากพอหรือรอความพร้อมอะไรหรอก ให้เท่าที่มี..ก็ทำให้คนรับชื่นหัวใจได้.. ความพย าย ามเป็นสิ่งที่ดี แต่มันก็มีเวลาเป็นเงื่อนไข

อย่ าไปรอให้รวย ถึงจะทำอะไรให้คนที่เรารักอย่ าไปรอให้พร้อม ถึงจะทำอะไรให้คนที่เรารักเพราะคนที่เรารัก..อาจไม่มีเวลามากพอที่รอเรา แล้วก่อนที่ต้นไม้แก่จะจากไป เขาฝากบอกเธอไว้ว่า

ถ้าเห็นเธอผ่านมา ให้บอกเธอว่า..เขารักเธอเมฆน้อยได้แต่หลั่งน้ำตาออกมาเป็นเม็ดฝนอย่ างไม่ขาดสาย..ให้กับต้นไม้ที่ไม่มีวันแตกใบให้ได้เห็นอีกต่อไป..ตลอดกาล

*อ่านกี่ทีก็ชอบ..เพราะเตือนสติได้ดีมากในสิ่งที่เรามองข้ามบทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันย ายน 2001(ตึกเวิรด์เทรดถล่ม)หลังจากที่ทราบว่าภรรย าของเขาเ สี ย ชี วิ ตในตึกนั้นด้วย…

ทำ..ในสิ่งที่อย ากจะทำ

ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น แต่ความอดกลั้นน้อยลง

เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ ครอบครัวเรากลับเล็กลง

เรามีย าใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง

เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น

เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า..

แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับย ากเย็น

เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจ

กลับไม่อาจสัมผัสถึง

เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง

เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพแย่ลง

ทุกวันนี้ ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน

แต่การหย่ าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้นจากนี้ไปขอให้พวกเรา

อย่ าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อใช้โอกาสพิเศษ

เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือโอกาสที่พิเศษสุดแล้ว

จงแสวงหาการหยั่งรู้

จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่

โดยไม่ใส่ใจกับความอย าก

จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่รักให้มากขึ้น

กินอาหารให้อร่อย.ไปเที่ยวในที่ที่อย ากจะไป

ชีวิตคือ โซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุข

ไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด

เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย

น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออย ากจะใช้

เอาคำพูดที่ว่า “สักวันหนึ่ง” ออกไปเสียจากพจนานุกรม

บอกคนที่เรารักทุกคนว่า

เรารักพวกเขาเหล่านั้น แค่ไหน

อย่ าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตาม..

ที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น

ทุกวัน..ทุกชั่วโมง..ทุกนาที มีความหมาย

เราไม่อาจรู้เลยว่าเมื่อไร? มันจะสิ้นสุดลง

และเวลานี้

ที่มา : chonburipost