กรกฎาคม 9, 2020

“เข้าใจได้กระจ่าง” ทำไมคนทำดีไม่ได้ดี แต่คนไม่ดีกลับได้ดี

ถาม: คนทำบาป ทำผิดกฎหมาย ทำไมรวย ทำไมมีความสุข แต่คนทำดี กลับตกอับ เป็นทุกข์ และไม่มีความสุข

ตอบ: คำถามประมาณนี้หรือคล้าย ๆ แบบนี้ ผู้คนมักถามกันมาก หรืออาจจะเกือบทุกคนก็ว่าได้ที่อย่ างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเคยตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเอง ว่าตัวเองทำดีแล้ว ทำไมถึงไม่ได้ดี และมักไปยกคนอื่นขึ้นมาเปรียบอีกด้วยว่า คนนั้นไม่ได้ทำดีเท่าตัวเอง แต่ทำไมเขาถึงได้ดีเอา ดีเอา

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ชัดก่อนว่า “ทำดี ได้ดี” คำว่า “ได้ดี” ในที่นี้คืออะไร ถ้าได้ดีของคุณคือความสำเร็จ คือทรัพย์สินเงินทอง คือความมั่งคั่งร่ำรวย หรือคือโชคลาภ

แบบนี้ถือว่าผิด เพราะมันเป็นคนละเรื่องกันเลย สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ผลตอบแทนจากการทำความดี ฉะนั้นเลิกคิดเสียทีว่าทำดีแทบต า ย ทำไมถึงไม่รวย เพราะมันผิดฝาผิดตัวตั้งแต่ต้นแล้วที่ไปตั้งคำถามแบบนั้นแล้ว

เรื่องความสุขก็เช่นกัน ที่ตกอับ เป็นทุกข์ ไม่มีความสุข อาจเพราะเราเอาความสุขไปอิงกับความรวยก็เป็นได้ จริง ๆ แล้วความรวยไม่ใช่นิย ามของความสุข ดังนั้นความคิดที่ปรุงแต่งจนเกิดคำถามแบบนี้กับตัวเอง คือการผูกเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องขึ้นมาบั่นทอนตัวเองจากความไม่รู้ จนหลงเข้าใจผิดว่า “ได้ดี” คืออย่ างนั้นอย่ างนี้

อย่ าลืมว่าทุกสิ่งที่ทำลงไป ย่อมมีผลจากการกระทำนั้น ๆ เสมอ ซึ่งผลที่เกิด มันก็จะสมเหตุ เชื่อมโยงกันได้เป๊ะ ๆ เช่น คุณปลูกทุเรียน คุณก็จะได้ผลทุเรียน ไม่ใช่ได้ความร่ำรวย

ถ้าอย ากรวยจากทุเรียนก็ต้องวางแผน เลือกสายพันธุ์ ปลูกให้ถูกที่ถูกเวลา ต้องศึกษาการตลาดและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถึงจะมีโอกาสรวย (หรือได้ดีตามแบบที่ต้องการ) ลองคิดเล่น ๆ ว่าเวลาไปวัดทำบุญหยอดตู้สองร้อย ขอให้เอ็นทรานซ์ติด มันเกี่ยวกันไหม ถ้าอย ากเอ็นทรานซ์ติดก็ต้องอ่านหนังสือสิ ทำก ร ร มให้ส่งผลตามวิบากที่ต้องการสิ

ที่จริงจบคำถามนี้ได้เลย เพราะเป็นคำถามที่ผิดแต่ต้น เอามาตั้งเป็นคำถามไม่ได้ แต่เมื่อความสงสัยยังไม่คลี่คลาย เลยต้องอธิบายให้เข้าใจ

ที่ถามว่า “คนทำบาป ทำผิดกฎหมาย ทำไมรวย ทำไมมีความสุข” คือถามหน่อยรู้ได้ยังไงว่าเขามีความสุข เพราะเขามีบ้านหลังใหญ่โต มีรถราคาแพง มีบริวารมาก เลยไปตีความว่าเขามีความสุขงั้นหรือ จริง ๆ

แล้วไม่ใช่เลย เพราะตั้งแต่วันแรกที่เขาทำผิดกฎหมาย เขาก็ทุกข์แล้ว ทุกข์เพราะกลัวว่าสิ่งที่เขาทำจะถูกเปิดเผย เขาต้องระวังตัว กลัวพลาด กลัวถูกหั ก ห ลั ง กลัวถูกจับได้ กลัวติดคุก กลัวสารพัด ไม่เชื่อลองถามคนค้า ย าบ้ า ดู วันแรกที่เขาทำ เขาเดินถนน ความรู้สึกต่างจากเมื่อวานอย่ างไรบ้าง

ที่ถามว่า “คนทำดี กลับตกอับ เป็นทุกข์ และไม่มีความสุข” นี่ก็เช่นกัน ไปยัดเยียดตั้งคำถามใส่มือเขาว่าไม่มีความสุข ที่ว่าตกอับ เป็นทุกข์ มาจากการที่เขามีเงินน้อย ไม่ร่ำรวยงั้นหรือ จะไปฟันธงต า ย ตัวแบบนี้ไม่ได้

มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เป็นคนดี มีจริยธรรม ประกอบอาชีพสุจริต แต่ถ้าเขาเป็นคนฉลาด เข้าใจในชีวิต (รู้ธรรมะ) แม้เขาตกอับ มีทรัพย์น้อย เขาก็มีความสุขได้กับสิ่งรอบตัวเท่าที่เขามี กลับกัน หากคนดีคนนั้นไม่ฉลาด ก็อาจจะตีอกชกหัวฟูมฟาย สุดท้ายก็มาตั้งคำถามโ ง่ ๆ ให้ตัวเองทุกข์ ว่าทำไมทำดีแล้วไม่ได้ดี นี่ก็เพราะเขาไม่รู้สัจธรรมว่าสรรพสิ่งล้วนอนิจจัง

แท้ที่จริงแล้ว “ทำดี” มันก็ดีทันทีที่ทำ ไม่ต้องรอถึงกับต้องใช้คำว่า “ได้” เพราะมันดีโดยอัตโนมัติ เหมือนแต้มสีอะไร สีนั้นก็บังเกิดขึ้นทันที ไม่ต้องรอ แต้มสีดำมันก็ดำทันที คนทำชั่วก็ชั่วทันทีที่ทำ

ส่วนผลที่จะทยอยตามมา ก็เป็นไปตามเรื่องตามเหตุตามปัจจัย แต่คนเรามักไปใส่ใจที่ตรงนี้ ตรงที่มาทีหลัง เช่น ไปช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ย าก จริง ๆ ความดีมันเกิดขึ้นแล้วขณะที่ทำ ถ้าทำดีเพื่อหวังผล ก็จะเฝ้ารอที่จะ “ได้” ดีตามมา เพราะไปนิย ามว่า ดีคือเสียงชื่นชม สรรเสริญ หรือยอดไลก์

สรุปว่า ทำดีก็ได้ความดี ไม่ใช่ทำดีแล้วจะได้ผลตอบแทนดี อย่ าไปเดือดร้อนถึงผลตอบแทนเลย ทำความดีโดยไม่หวังผลต่างหาก จึงจะเรียกได้เต็มปากว่าทำดีอย่ างแท้จริง คนที่ทำความดีเพื่อความดี เขาจะไม่มีคำถามแบบนี้เลย

ที่มา : today.line.me