มกราคม 26, 2020

หากไม่สะดวกไปทำที่วัด ทำที่บ้านให้เป็นวัด ก็บรรลุธรรมได้เหมือนกัน

ลูกสาวของคุณย ายท่านหนึ่งได้ถามพระอาจารย์ว่า… ” แม่อายุก็มากแล้ว จะเดินทางไปวัดก็ลำบาก ไม่ค่อยสะดวกเดินทาง อย ากจะปฎิบัติธรรมลอยู่ที่บ้าน ได้ไหมคะ“

พระอาจารย์ได้ให้คำตอบว่า… หากไม่สะดวกมาวัดก็เปลี่ยนบ้านให้เป็นวัด คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า การทำบุญจะต้องเข้ามาทำที่วัดอย่ างเดียว การนั่งสมาธิภาวนาศีลจะต้องมาทำที่วัดอย่ างเดียว

จริงแล้วเราต้องคิดใหม่ ให้ธรรมะสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา บางคนเข้ามาที่วัดปฏิบัติธรรมเสร็จ พอกลับออกจากวัดไปก็ไม่ปฏิบัติ ไม่รักษาศีล ไม่ควบคุมอารมณ์ แล้วจะต่างอะไรกัน สิ่งที่ทำอยู่ที่วัดก็คงจะ สูญเปล่าเหมือนเดิม

จริงๆแล้ว จะฝึกปฏิบัติที่บ้านก็ทำได้ และ ดีมาก เพราะเราสามารถทำได้ทุกวันที่ตื่นขึ้นมา ไม่ต้องเดินทางมาที่วัดให้เสี ยเวลา แต่ที่คนส่วนใหญ่ต้องมาปฏิบัติธรรมที่วัด เพราะหาความสงบได้ง่ายกว่า

อยู่บ้านมีสิ่งรบกวนเยอะ ทั้งเสียงดังจากข้างบ้าน จากคนในบ้าน แต่ถ้าหากเราสามารถควบคุมสมาธิของเรา ให้มีสติได้ แม้จะอยู่บ้าน ยิ่งทำที่บ้านให้เป็นวัดได้ ก็จะยิ่งได้ฝึกธรรมะในชีวิตประจำวัน ทำให้มีความสงบได้เช่นกัน ไม่ต่างจากที่วัดเลย

แต่ใจเราต้องนิ่ง และ มีสมาธิมากพอที่จะไม่วอกแวกไปกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพราะคนส่วนใหญที่อยู่บ้าน มักจะไม่ค่อย รักษาศีลกันเท่าไหร่ ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง จึงขาดสมาธิ ขาดสติได้ง่าย

ถ้าถามว่า เริ่มต้นต้องทำยังไง ให้ปรับที่ตัวเรา ลองเอาตัวเองออกมาจากคนเยอะๆ เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน เคยมีลูกศิษย์หลวงตา เขาก็เคยมาปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัด แต่เมื่อกลับไปบ้าน เขาก็ได้นำวิธีปฏิบัติที่เคยทำอยู่ที่วัดกลับไปใช้ที่บ้านด้วย

และยังเขียนป้ายติดไว้หน้าบ้านว่า “ที่นี่เป็นวัด” เพื่อคอยเตือนสติตัวเองอยู่ตลอดเวลา ให้ถือศีล ภาวนา และควบคุมจิตใจให้สงบ โดยที่ไม่ต้องมาวัดเลย แค่เปลี่ยนบ้านให้เป็นวัดได้ ก็บำเพ็ญเพียรได้เหมือนกัน ยิ่งในสมัยพระพุทธเจ้า ก็ยังไม่มีวัด ท่านก็ใช้ป่าเขา เป็นวัด เพราะป่าเขานั้นสงบ จึงเปรียบได้ว่าเป็นวัดของพระในสมัยก่อน

แต่ถ้าหากว่าเราอย ากที่จะบรรลุธรรม ก็ให้เราหาวัดที่เงียบสงบให้ได้ ถ้าหาไม่ได้ก็ให้ทำบ้านเป็นวัด แล้วคอยดูที่จิตใจของเรา ทำให้สงบ และมีจิตใจที่เข็มแข็งต่อสิ่งรอบตัวมากพอ ก็สามารถบรรลุธรรมได้เช่นกัน

แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการบรรลุธรรมนั้น ไม่ได้อยู่ที่สถานที่ หรือวัดวาอารามใหญ่โตหรอก มันขึ้นอยู่กับจิตใจของเราล้วนๆ หากทำใจให้สงบ และรู้จักปล่อยวางได้ บังคับใจตัวเองได้

ก็สามารถบรรลุธรรมได้ ในขณะเดียวกัน หากไปถือศีลภาวนาอยู่ที่วัด เป็นเดือนเป็นปี แต่จิตใจไม่เคยสงบเลย มีแต่คิดฟุ้งซ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้ การอยู่ในวัด ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร

หากอย ากปฏิบัติที่บ้านแทน ให้ทำเหมือนกับอยู่วัด ต้องสร้างวินัยให้เกิดขึ้นกับตัวเองอย่ างหนัก เพราะการทำอยู่บ้านจะมี กิ เ ล ส ได้ง่าย และเกิดสมาธิได้ย าก สิ่งที่จะต้องมีคือ

สติ คือ ความระลึกรู้ ได้แก่ ความรู้ตัว ก่อนลงมือ ทำกิจ

สัมปชัญญะ คือ ความรู้สึกตัว ได้แก่ ความรู้สึกตัว ขณะที่กำลังทำกิจนั้นๆอยู่

สมาธิ คือ ความตั้งมั่นของจิต

ที่มา : bitcoretech