ตุลาคม 20, 2020

ข้อคิดสอนตัวเอง ให้เป็นคนใจเย็น คนฉลาดส่วนใหญ่เลือกที่จะทำแบบนี้

1. เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา

ปกติแล้วคำว่า “เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา” มักใช้เปรียบเปรย คนที่ฟังอะไรแล้วไม่สนใจ ไม่ใส่ใจไม่เปิดรับความคิดใหม่ ๆ แต่สำหรับเรื่องไม่เป็นเรื่อง การฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวานับเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อให้เราไม่ทุกข์ใจไปกับลมปากของคนอื่น

2. รู้เขา รู้เรา

แค่เราใส่ใจนิสัยของคนรอบข้าง ก็ทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่ างไม่ย ากเย็นแต่เราจะต้องรู้จักระงับสติอารมณ์ของเราด้วย เมื่อเรารู้แล้วว่าเขาเป็นคนแบบไหนหากเรารับนิสัยเขาไม่ได้ ก็อยู่ห่าง ๆ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องมีราวกัน

3. กินอย่ างมีสติ

บางครั้งเราก็กินไปด้วย คุยโทรศัพท์ไปด้วย บางครั้งก็กินไปด้วย ดูจอทีวี-จอมือถือไปด้วยแล้วครั้งสุดท้ายที่กินอาหารทีละคำ รับรสชาติ แล้วขอบคุณอาหารในมื้อนั้น คือเมื่อไหร่กันหรือ

4. ตื่นอย่ างมีสติ

แทนที่จะตื่นมาแล้วเช็คข่าวสารจากโซเชียลมีเดียเป็นอย่ างแรก ให้เวลาตัวเองซัก 5 ถึง 10 นาทีนั่งสมาธินิ่ง ๆ ก่อนจะรับข่าวสารอื่น ๆ เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นวันใหม่เป็นไปอย่ างมั่นคงในอารมณ์

5. ทำงานอย่ างมีสติ

ท่ามกลางมรสุมงาน และการติดต่อผู้คนมากมายตลอดวัน เราก็สามารถฝึกสติ รู้เนื้อรู้ตัวได้ง่าย ๆเพียงหลับตาลง หายใจเข้า-ออกลึก ๆ สัก 5 รอบลมหายใจ ให้สติตามลมหายใจ โดยไม่คิดเรื่องอื่น

แล้วค่อยกลับไปโฟกัสกับงานตรงหน้าใหม่อีกครั้ง

6. เดินอย่ างมีสติ

เดินไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่ าง ขอบคุณร่างกายที่ยังมีกำลังมากพอให้สามารถเดินได้ขอบคุณถนนหนทางที่สะดวกสบายมากพอจนเดินก้าวไปได้ และเดินด้วยใจกรุณา

ด้วยความรู้สึกว่าอย ากสร้างแต่รอยย่ำอันงดงามให้กับโลกใบนี้

7. รู้จักขอโทษ

หากเราทำผิด การใช้คำว่าขอโทษนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ไม่ใช่เรื่องย ากเลย ถ้าเราจะต้องเอ่ยคำขอโทษเพราะคำนี้ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเราตกต่ำลง หากแต่เป็นการรู้จักยอมรับในสิ่งที่ตนเองผิดต่างหากอีกทั้งยังจะทำให้สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้

คลี่คลายลงได้ อย่ างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้คำขอโทษอย่ างพร่ำเพรื่อเพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยที่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ระมัดระวัง

8. ปล่อยวางไม่ยึดติด

ปัญหาที่เกิดขึ้นนทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนเรามีอัตตามากเกินไป หากเราลองเปลี่ยนความคิดไม่ยึดติดกับตัวตน แล้วลองคิดว่า สุดท้ายวันหนึ่งเราก็ต้องแตกดับและสลายไป

วนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้เรื่อยไป เพราะฉะนั้น ถ้าเรายอมรับกับวัฏจักรแห่งการเกิดดับนี้แล้วไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็คงเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น

9. สนทนาอย่ างมีสติ

ฟังอย่ างตั้งใจ ฟังโดยไม่คิดตัดสินคู่สนทนา เปลี่ยนสภาพตัวเองให้เป็นเหมือนภาชนะว่างเปล่าที่พร้อมรับฟังบุคคลตรงหน้า ขณะที่เมื่อพูดก็ตระหนักถึงความงดงามของความสัมพันธ์

ระหว่างคุณและคู่สนทนา สื่อสารด้วยความรัก ด้วยความหวังดี ด้วยใจที่อย ากจะสร้างสรรค์ความหมายดี ๆ ระหว่างกัน

10. คิดมากไปหรือเปล่า

อาการคิดมาก เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโ ร คได้ ยิ่งอากาศร้อน ๆ ยิ่งเหตุการณ์อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจด้วยแล้วยิ่งทำให้ร้อนรน เมื่อเกิดเรื่องก็จะยิ่งเก็บมาคิด จนไม่เป็นอันกินอันนอนลองเปลี่ยนจากความคิดเรื่องแย่ ๆ

เปลี่ยนเป็นคิดเรื่องดี ๆ บ้างสิครับ เพราะความคิดนั้นเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของเรา ไม่เชื่อลองทำดู คิดดี ทำดี เท่านี้พอ

11. นับหนึ่งให้ถึงสิบ

เริ่มจากวิธีพื้นฐานอย่ างนับเลขในใจ เวลาที่เราโกรธใคร ให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ หรือจะนับถึงร้อยถึงพันก็คงไม่มีใครว่าเพราะการนับเลขจะส่งผลให้เรามีสมาธิ และยังได้มีเวลาไตร่ตรอง

คิดถึงสิ่งที่ผู้อื่นทำกับเรา และสิ่งที่เรากำลังคิดจะทำด้วย

12. ฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิให้ใจสงบนั้นมีหลายรูปแบบ จะนั่งสมาธิหรือเดินสมาธิก็ได้ อย่ างที่ผมเคยเขียนในเล่มก่อน ๆ ว่าเมื่อมีสมาธิ ก็มีสติ เมื่อมีสติ ก็เกิดปัญญา เวลาเกิดปัญหาก็จะมีทางแก้ไข

13. ยิ้มแห่งสย ามรอยยิ้มสร้างโลกนี้ให้สดใสได้ เหมือนดังคำที่บอกว่า ถ้าคุณยิ้ม..โลกก็จะยิ้มให้คุณ

เพียงแค่คุณมีรอยยิ้มให้คนรอบข้าง คนรอบข้างก็จะอารมณ์ดีขึ้นไปด้วย

14. ไม่หนีแต่ไม่ปะทะ

หากเราไม่สามารถจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ แต่จะเก็บเอาไว้ก็กลัวจะกลายเป็นคนเก็บกดจะเดินหนีก็จะกลายเป็นคนไม่ยอมรับความจริง หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คงต้องใช้สติที่รอบคอบ

ตัดสินใจในการแก้ปัญหารับฟังสิ่งที่ผู้อื่นว่ามา แล้วก็นำไปปรับปรุงในส่วนที่ไม่ดี หากแต่เป็นสิ่งที่เขาพูดพร่ำเพรื่อก็ไม่ต้องกังวลให้เสียเวลา เลิกคิดไปเลย ไม่จำเป็นต้องไปต่อปากต่อคำด้วย เพราะการทำเช่นนั้น ไม่ได้ส่งผลดีอะไรขึ้นมาเลย

15. หายใจเข้า-ออกลึก ๆ

การหายใจเข้าออกลึก ๆ นาน ๆ จะทำให้เราได้มีสติยั้งคิด ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายเราได้รับการผ่อนคลายจากลมหายใจที่รับเข้าและส่งออก ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ให้ระลึกถึงลมหายใจไว้เสมอ